Paradigm – สรุปจังหวะ

Paradigm
Paradigm เป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่ง ที่ช่วยสรุปจังหวะของการเขียนบทที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร ขั้นตอนที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าเรื่องนั้นดำเนินไปเป็นฉากๆแล้ว แต่เรายังไม่ได้ถอยออกมา แล้วมองเรื่องทั้งเรื่อง เป็นจังหวะหรือstepของการดำเนินเรื่อง

วิธีการของขั้นตอนนี้ จะเน้นไปที่การวิเคราะห์และตีความ คุณสมบัติหรือหน้าที่ของแต่ละฉาก เพื่อตรวจสอบดูว่าอะไรขาด อะไรเกิน และไปสู่การ ออกแบบstepของการเล่าเรื่องนั่นแหละครับ ถ้าไม่พอใจ จะได้แก้ไขก่อนจะเข้าสู่Screenplayการวิเคราะห์ ตีความ คุณสมบัติและหน้าที่ของฉาก
คุณสมบัติหรือหน้าที่ที่พูดถึงนี้ คือ หน้าที่ต่อการเล่าเรื่อง เล่าอารมณ์ เราต้องสรุปได้ว่า ฉากนั้นๆ มีประโยชน์อย่างไร เช่น

ฉาก1 ภายนอก/ร้านซ่อมรองเท้า/กลางวัน ลุงสมนั่งทำงานด้วยใบหน้าที่ปราศจากความทุกข์ – บอกทัศนคติต่องานหรือชีวิต ว่ามีความสุขดี ทักทายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา – บอกข้อมูลว่าลุงสมมีมนุษยสัมพันธ์ดีกับคนอื่น มีเกียรติ ไม่มีข้อขัดแย้งกับสังคม ตกเย็นลุงสมเก็บของเล็กๆน้อยๆ ของหนักๆทิ้งไว้ที่ร้าน – หย่อนเหตุผลไว้ว่า ทำไมลุงสมจะต้องกลับมาที่นี่อีก เพราะที่นี่ยังมีสิ่งที่สำคัญเก็บไว้

ฉาก21 ภายนอก/ตลาด/เช้า รถของสมบัติขับมาจอด – ลุงสมได้กลับมาที่ตลาดอีกครั้ง ลุงสมเปิดประตูลงรถมา – ลุงสมดีใจ ไม่รอช้าที่จะลงรถ สมบัติตะโกนจากในรถ “เดี๋ยวตอนเย็นผมมารับนะพ่อ” – สมบัติไม่ได้โกรธพ่อ ไม่ได้ทอดทิ้งพ่อ ลุงสมยิ้ม พยักเพยิดหน้า แล้วเดินตรงไปยังร้านซ่อมรองเท้า – ลุงสมก็ไม่ได้โกรธลูก แต่ก็ดีใจที่ได้กลับมาซ่อมรองเท้าอีกครั้ง
สมบัติใส่เกียร์ถอยหลัง แล้วเหยียบคันเร่ง ด้วยรองเท้าคู่เก่าที่พ่อซ่อมให้ – สมบัติยอมถอยออกมาจากความคิดเดิม และยอมรับในวิถีของพ่อเมื่อเราลองวิเคราะห์ ตีความ แต่ละฉากแล้ว จะทำให้เราเห็นชัดเจนขึ้นว่า อะไรเยิ่นเย้อ อะไรไม่พอ
3 องก์
หลังจากนั้น ลองสร้าง Step ของการดำเนินเรื่อง เป็นองก์ๆ นิยมใช้ 3 องก์ ซึ่งก็มีหลายสูตร วันนี้จะลองยกเอามาสูตรหนึ่ง มีstepดังนี้

องก์1

เปิดตัวละครหลัก บอกทัศนคติต่อตัวเอง ทัศนคติต่อสังคม ต่อสถานที่ และเหตุการณ์รอบๆตัว 2.เปิดตัวละครฝ่ายตรงข้าม และทัศนคติต่อตัวละครหลัก 3.เหตุการณ์พลิกผันที่ทำให้ตัวละครหลักต้องประสบปัญหา หรือเกิดความขัดแย้งพาไปสู่

องก์2
1.ตัวละคร2ฝ่าย เผชิญภาวะความขัดแย้ง 2.การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ของตัวละครทั้ง 2 ฝ่าย 3.ความขัดแย้งของตัวละครหลัก กลับเพิ่มมากขึ้น 4.ตัวละครหลัก ตัดสินใจ แก้ไขปัญหาด้วยวิธีเด็ดขาดพาไปสู่

องก์3
1.การแก้ไขปัญหา วิธีขั้นเด็ดขาดของตัวละคร 2.ผลลัพธ์ของการกระทำดังกล่าว พาตัวละครทั้ง 2 ฝ่าย ไปถึงจุดสุดยอดของสถานการณ์ 3.ตัวละคร(ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย)เกิดการเรียนรู้ (หนังพิสูจน์theme) 4.สถานการณ์คลี่คลาย……………………………….ตัวอย่างกราฟของการเล่าเรื่อง รูปแบบหนึ่ง

ทีนี้เราก็ลองเอา Scenerio ของเรา บรรจุลงในสูตรดังกล่าว เพื่อเช็คดูว่าStepการเล่าเรื่องของเรา พอที่จะสอดคล้องกับสูตรได้ไหม โดยอาจจะลองสร้างกราฟดูก็ได้

องก์1

ฉาก1 เปิดตัวละครลุงสม ทัศนคติต่ออาชีพตัวเอง ต่อสังคมคนรอบข้าง

ฉาก2 สภาพความเป็นอยู่ปัจจุบัน

ฉาก3 เปิดตัวละครลูกชายและสะใภ้ และทัศนคติต่อลุงสม เหตุการณ์พลิกผัน ลุงสมต้องไปอยู่บ้านหลังใหม่
พาไปสู่
องก์2

ฉาก4 ลุงสมเผชิญภาวะความขัดแย้งกับสถานที่

ฉาก5 ขัดแย้งกับสถานที่

ฉาก6 ขัดแย้งกับตัวละครอื่น ไม่มีใครอยู่บ้าน

ฉาก7 ขัดแย้งในตัวเอง

ฉาก8 ขัดแย้งในตัวเอง

ฉาก9 (การแก้ไขปัญหาครั้งที่1) ลูกชายและสะใภ้ พยายามปรนเปรอด้วยวัตถุ

ฉาก10 (การแก้ไขปัญหาครั้งที่1) ลุงสมพยายามใช้วัตถุ ทำให้ตนสบายใจขึ้น

ฉาก11 (การแก้ไขปัญหาครั้งที่2) ลูกชายพยายามหาเครื่องผ่อนคลายจิตใจให้พ่อ ที่มากกว่าวัตถุ โดยการหานกมาให้เลี้ยง

ฉาก12 (การแก้ไขปัญหาครั้งที่2) ลุงสมพยายามผ่อนคลายโดยเล่นกับนก แต่กลับห่อเหี่ยวมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นนกอยู่ในกรง

ฉาก13 ลุงสมไปเจอรองเท้าเก่าของลูก (ความขัดแย้งของตัวละครหลักกลับเพิ่มมากขึ้น)

ฉาก14 ลุงสมตัดสินใจเดินออกจากบ้าน (แก้ไขปัญหาด้วยวิธีเด็ดขาด)

พาไปสู่
องก์3

ฉาก15 ลุงสมเดินไปตลาด (การแก้ไขปัญหา วิธีขั้นเด็ดขาดของตัวละคร)

ฉาก16 ลุงสมลงมือซ่อมรองเท้า (การแก้ไขปัญหา วิธีขั้นเด็ดขาดของตัวละคร)

ฉาก17 ลุงสมขัดรองเท้า (การแก้ไขปัญหา วิธีขั้นเด็ดขาดของตัวละคร)

ฉาก18 สมบัติขับรถไปหาลุงสม(ผลลัพธ์ของการกระทำดังกล่าว พาตัวละครทั้ง 2 ฝ่าย ไปถึงจุดสุดยอดของสถานการณ์)

ฉาก19 ลุงสมกับลูกชาย เผชิญหน้ากัน(ผลลัพธ์ของการกระทำดังกล่าว พาตัวละครทั้ง 2 ฝ่าย ไปถึงจุดสุดยอดของสถานการณ์)

ฉาก20 สมบัติเกิดการเรียนรู้ (หนังพิสูจน์theme)

ฉาก21 สมบัติยอมถอยออกมาจากความคิดเดิม และยอมรับในวิถีของพ่อ (สถานการณ์คลี่คลาย)
-จบ-

Sequence
ทีนี้ พอเราได้ลองบรรจุScenerioของเรา ลงในสูตรดังกล่าวแล้ว เราจะเห็นได้ว่า มันมีความชัดเจนของหน้าที่ของแต่ละฉากมากขึ้น เห็นเป็นกลุ่มก้อนของฉาก ว่ามีการ เล่าเรื่องต่อเนื่องกัน เสริมกัน เป็นหมวดหมู่ของอารมณ์ไป เป็นสัดส่วนมากขึ้น ตรงนี้แหละที่เราจะเอามารวบแต่ละฉากที่มีหน้าที่คล้ายกัน มาเข้ากลุ่มเป็นSequence การแบ่งSequenceนิยมตั้งชื่อSequenceด้วย เพื่อความแม่นยำมากขึ้นว่าในSequenceนั้นๆ กำลังจะบอกประเด็นอะไรเป็นสำคัญ
ตัวอย่างการเขียนบท ที่จะพัฒนาในขั้นตอนต่อๆไป Paradigm
องก์1

Sequence A

ชีวิตสุขๆของลุงสม ฉาก1 เปิดตัวละครลุงสม ทัศนคติต่ออาชีพตัวเอง ต่อสังคมคนรอบข้าง ฉาก2 สภาพความเป็นอยู่ปัจจุบัน
Sequence B จุดพลิกผัน

ฉาก3 เปิดตัวละครลูกชายและสะใภ้ และทัศนคติต่อลุงสม เหตุการณ์พลิกผัน ลุงสมต้องไปอยู่บ้านหลังใหม่
พาไปสู่

องก์2

Sequence C ความขัดแย้งของลุงสม

ฉาก4 ลุงสมเผชิญภาวะความขัดแย้งกับสถานที่ ฉาก5 ขัดแย้งกับสถานที่ ฉาก6 ขัดแย้งกับตัวละครอื่น ไม่มีใครอยู่บ้าน ฉาก7 ขัดแย้งในตัวเอง ฉาก8 ขัดแย้งในตัวเอง
Sequence D

ประคับประคอง ฉาก9 (การแก้ไขปัญหาครั้งที่1) ลูกชายและสะใภ้ พยายามปรนเปรอด้วยวัตถุ ฉาก10 (การแก้ไขปัญหาครั้งที่1) ลุงสมพยายามใช้วัตถุ ทำให้ตนสบายใจขึ้น ฉาก11 (การแก้ไขปัญหาครั้งที่2) ลูกชายพยายามหาเครื่องผ่อนคลายจิตใจให้พ่อ ที่มากกว่าวัตถุ โดยการหานกมาให้เลี้ยง ฉาก12 (การแก้ไขปัญหาครั้งที่2) ลุงสมพยายามผ่อนคลายโดยเล่นกับนก แต่กลับห่อเหี่ยวมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นนกอยู่ในกรง ฉาก13 ลุงสมไปเจอรองเท้าเก่าของลูก (ความขัดแย้งของตัวละครหลักกลับเพิ่มมากขึ้น) ฉาก14 ลุงสมตัดสินใจเดินออกจากบ้าน (แก้ไขปัญหาด้วยวิธีเด็ดขาด)
พาไปสู่

องก์3

Sequence E ขาดผึง

ฉาก15 ลุงสมเดินไปตลาด (การแก้ไขปัญหา วิธีขั้นเด็ดขาดของตัวละคร) ฉาก16 ลุงสมลงมือซ่อมรองเท้า (การแก้ไขปัญหา วิธีขั้นเด็ดขาดของตัวละคร) ฉาก17 ลุงสมขัดรองเท้า (การแก้ไขปัญหา วิธีขั้นเด็ดขาดของตัวละคร) ฉาก18 สมบัติขับรถไปหาลุงสม(ผลลัพธ์ของการกระทำดังกล่าว พาตัวละครทั้ง 2 ฝ่าย ไปถึงจุดสุดยอดของสถานการณ์) ฉาก19 ลุงสมกับลูกชาย เผชิญหน้ากัน(ผลลัพธ์ของการกระทำดังกล่าว พาตัวละครทั้ง 2 ฝ่าย ไปถึงจุดสุดยอดของสถานการณ์)

Sequence F คนละครึ่งทาง

ฉาก20 สมบัติเกิดการเรียนรู้ (หนังพิสูจน์theme) ฉาก21 สมบัติยอมถอยออกมาจากความคิดเดิม และยอมรับในวิถีของพ่อ (สถานการณ์คลี่คลาย)

Scenario – แบ่งฉาก

Scenario
scenario เป็นขั้นตอนต่อมาจาก treatment มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งฉากของtreatment ให้เห็นเป็นsceneชัดเจน และนิยมเขียนเป็นข้อๆว่า ในsceneเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อคำนวณความยาวของแต่ละฉาก และคะเนได้ว่าทั้งเรื่องจะยาวเท่าไหร่ สำนวนการเขียนจะรวบรัด และใช้ภาษาอธิบายเหตุการณ์ การแสดง มากกว่าอธิบายความคิด หรืออารมณ์ตัวละคร
ในขั้นการเขียน scenario จะมีการเขียนหัวฉาก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1.Scene Number เขียนว่า ฉาก1 หรือScene1หรือrunเป็นตัวอักษร ตามแต่ถนัด
2.ระบุว่าเป็นฉากภายนอกหรือภายใน
ฉากภายนอก หมายถึง ฉากที่อยู่กลางแจ้ง ไม่มีฝาผนัง หลังคา หรือสิ่งปกคลุม เช่น สนามกอล์ฟ ถนน สะพานลอย ทุ่งนา ดาดฟ้า ฯ หรือพูดง่ายๆว่าภายนอกจากอาคารหรือสิ่งปกคลุม นิยมเขียนว่า ภายนอกหรือ Exterior หรือ Ext
ฉากภายในหมายถึง ฉากที่มีฝาผนังอย่างน้อย1ด้าน ภายในอาคาร อุโมงค์ใต้ดิน ในรถ ในบ้าน นิยมเขียนว่า ภายในหรือ Interior หรือ Int
3.ชื่อฉาก หมายถึง ชื่อสถานที่นั้นๆ เช่น ห้องฉุกเฉิน สถานีตำรวจ ออฟฟิศฯ (ให้เขียนชื่อสถานที่ตามเนื้อเรื่อง ไม่ใช่ชื่อLocationจริง)
4.เวลา ให้เขียนเวลาตามเนื้อเรื่อง นิยมเขียน กลางวัน , กลางคืน หรือDay , Night แต่ถ้าจะระบุช่วงเวลาละเอียดกว่านั้นก็ได้ เช่น เช้าตรู่ ,เที่ยง , โพล้เพล้
ตัวอย่าง
ฉาก 7 ภายนอก/ชายหาดหน้ารีสอร์ท/กลางวัน
Scene5 Int/Cecilia’s room/Day
ตัวอย่างการเขียนบท ที่จะพัฒนาในขั้นตอนต่อๆไป
Scenario
ฉาก1 ภายนอก/ร้านซ่อมรองเท้า/กลางวัน
-ลุงสมนั่งทำงานด้วยใบหน้าที่ปราศจากความทุกข์
-ทักทายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
-ตกเย็นลุงสมเก็บของเล็กๆน้อยๆ ของหนักๆทิ้งไว้ที่ร้าน
ฉาก2 ภายใน/บ้านริมน้ำ/เย็น
-ลุงสมเดินกลับเข้าบ้านริมน้ำ นั่งกินข้าวกับแมว
ฉาก3 ภายนอก/บ้านริมน้ำ/เช้า
-ลุงสมเตรียมตัวจะไปตลาด หันไปเห็นสมบัติและศรีขับรถมาจอดรถ
-สมบัติบอกว่าวันนี้จะมารับพ่อไปอยู่บ้านหลังใหม่
ฉาก4 ภายใน/ห้องรับแขกบ้านหลังใหม่/กลางวัน
-ลุงสมเคอะๆเขินๆกับข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
ฉาก5 ภายใน/ห้องนอน/กลางคืน
-ลุงสมนอนไม่หลับ
ฉาก6 ภายใน/ห้องรับแขกบ้านหลังใหม่/กลางวัน
-ลุงสมตื่นมาไม่พบใคร
ฉาก7 ภายใน/ห้องครัวบ้านหลังใหม่/กลางวัน
-อาหารถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี
ฉาก8 ภายนอก/ม้านั่งหน้าบ้านหลังใหม่/กลางวัน
-ลุงสม นั่งๆนอนๆ
ฉาก9 ภายใน/ห้องรับแขกบ้านหลังใหม่/เย็น
-สมบัติกับศรีซื้อข้าวปลาอาหาร เสื้อผ้า และรองเท้าคู่ใหม่มาให้ลุงสม
-ศรีซื้อรองเท้าคู่ใหม่มาให้สมบัติ
ฉาก10 ภายใน/ห้องรับแขกบ้านหลังใหม่/เช้า
-ลุงสมนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาอย่างเบื่อหน่าย
ฉาก11 ภายใน/ห้องรับแขกบ้านหลังใหม่/เย็น
-สมบัติกับศรีกลับมา สมบัติบอกลุงสมว่าพรุ่งนี้เพื่อนบ้านจะเอานกเขามาให้
ฉาก12 ภายนอก/ม้านั่งหน้าบ้านหลังใหม่/กลางวัน
-ลุงสมเล่นกับนกเขาในกรง แต่ดูมันเหงาหงอย
ฉาก13 ภายนอก/หลังบ้านหลังใหม่/กลางวัน
-ลุงสมไปเจอรองเท้าคู่เก่าของสมบัติ
-ลุงสมพยายามซ่อม
ฉาก14 ภายนอก/หน้าบ้านหลังใหม่/กลางวัน
-ลุงสมหิ้วรองเท้าเดินออกจากบ้านไป
ฉาก15 ภายนอก/ถนน/กลางวัน
-ลุงสมเดินเท้า ระยะทางไกล
-รองเท้าคู่ใหม่ที่ลูกสะใภ้ซื้อให้ก็กัดเท้าลุงสม
ฉาก16 ภายนอก/ร้านซ่อมรองเท้า/กลางวัน
-ลุงสมนั่งซ่อมรองเท้าสมบัติจนเสร็จ
ฉาก17 ภายใน/บ้านริมน้ำ/เย็น
-ลุงสมนั่งขัดรองเท้าอย่างขะมักเขม้น
ฉาก18 ภายนอก/บ้านริมน้ำ/เย็น
-สมบัติกับศรีขับรถมาที่บ้านริมน้ำ
-สมบัติตรงไปหาลุงสมด้วยความฉุนเฉียว
ฉาก19 ภายใน/บ้านริมน้ำ/เย็น
-ลุงสมนั่งขัดรองเท้า
-สมบัติเห็นว่าพ่อซ่อมรองเท้าของตนแล้วถึงกับนิ่งอึ้ง
-ลุงสมบอกว่าซ่อมเสร็จพอดี ลองสวมดูว่าใช้ได้ไหม
ฉาก20 ภายนอก/หน้าบ้านหลังใหม่/เช้า
-ลุงสมสวมรองเท้าคู่เก่าเดินลงมาจากบ้าน ศรีเดินตามมาติดๆ
-สมบัติเช็ครถเสร็จ กำลังปิดฝากระโปรง
-สมบัติเปิดประตูรถให้พ่อนั่งหน้า ศรีนั่งหลัง ตนเองกำลังจะเดินไปด้านคนขับ
-เหลือบไปเห็นกรงนกเขา เปิดกรงปล่อยนกไป
ฉาก21 ภายนอก/ตลาด/เช้า
-รถของสมบัติขับมาจอด
-ลุงสมเปิดประตูลงรถมา
-สมบัติตะโกนจากในรถ “เดี๋ยวตอนเย็นผมมารับนะพ่อ”
-ลุงสมยิ้ม พยักเพยิดหน้า แล้วเดินตรงไปยังร้านซ่อมรองเท้า
-สมบัติใส่เกียร์ถอยหลัง แล้วเหยียบคันเร่ง ด้วยรองเท้าคู่เก่าที่พ่อซ่อมให้
-จบ-

อ้างอิง  http://www.moralmedias.net/index.php?option=com_content&task=view&id=44&Itemid=39

Treatment – โครงเรื่องขยาย

Treatment
n. การรักษา, การเยียวยา, การปฏิบัติต่อ, การกระทำต่อ, วิธีการทางวรรณกรรม
treatment ในการเขียนบท หมายถึงโครงเรื่องขยาย คือมีการเขียนคำอธิบายขยายเนื้อเรื่องชัดเจนมากขึ้น เหมือนรูปแบบของนวนิยายหรือเรื่องสั้น มีการบรรยายรายละเอียดต่างๆที่จำเป็นต่อการเล่าเรื่อง เช่น ชื่อตัวละคร ลักษณะตัวละคร สถานการณ์ต่างๆ สถานที่ วัน เวลา เหตุผลของตัวละคร ฯ แต่ยังไม่มีบทสนทนา (นอกจากว่า จะเป็นประโยคสำคัญ)
treatment หนังสั้น มักมีความยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4 เป็นบทที่นิยมมอบให้คนอื่นอ่าน เพราะจะมีรายละเอียดที่มากพอจะเล่าเรื่องได้สมบูรณ์แล้ว ด้วยเหตุนี้ จึงมักตั้งชื่อตัวละครไปด้วย
อย่างที่เคยกล่าวมาว่า ชื่อตัวละครของหนังสั้นที่ดี ควรจะสื่อถึงcharacterด้วย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ถึงกับสื่อสารได้ทันที แต่ก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ ถ้าเราจะไม่ได้คิดมามั่วๆ
ตัวอย่างการเขียนบท ที่จะพัฒนาในขั้นตอนต่อๆไป
ชื่อตัวละคร
ชายชรา ช่างซ่อมรองเท้า ชื่อ ลุงสม (สม =1.เหมาะ, ควร, รับกัน. 2.ร่วมด้วยกัน, รวมกัน. 3.ความสงบ, ความราบคาบ 4.เท่ากัน, เสมอกัน, เช่น สมดุล สมมูล) เสมือนว่าเป็นตัวละครที่ ต้องการความสมดุล อยากมีวิถีชีวิตที่เหมาะกับตัวเอง
ลูกชายลุงสม ชื่อ สมบัติ มีลักษณะของการใส่ชื่อพ่อ ไว้ในชื่อลูก ตามที่นิยมกันของคนสมัยก่อน (สมบัติ = ความถึงพร้อม หมายถึง ทรัพย์สิน เงินทอง ของใช้ที่มีอยู่ เป็นต้น.) เป็นตัวละครที่พยายามหยิบยื่นวัตถุ ทรัพย์สิน เงินทอง ให้พ่อ
ลูกสะใภ้ เมียสมบัติ ชื่อ ศรี (ศรี = 1.มิ่ง,สิริมงคล 2.ความรุ่งเรือง, ความเจริญ 3.ความงาม,ความสว่างสุกใส) เป็นตัวละครที่ยึดติดกับความเป็นสิริมงคล ความเป็นสง่าราศรี จนมองว่าอาชีพซ่อมรองเท้าดูไม่น่ายกย่อง
Treatment
ที่ตลาดสดริมคลอง ย่านชานเมือง ลุงสม ชายชราอายุราว 70 ปี ช่างซ่อมรองเท้า นั่งทำงานของตนอยู่ที่มุมประจำทุกวันๆ ด้วยใบหน้าที่ปราศจากความทุกข์ใดๆ ทักทายผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างเป็นกันเอง เสมือนลูกหลานญาติมิตร ตกเย็นลุงสมเก็บของเล็กๆน้อยๆเข้ากระเป๋า ส่วนของหนักๆอย่างทั่ง ฆ้อน ก็ทิ้งไว้ที่ร้าน ลุงสมเดินกลับบ้านริมน้ำ นั่งกินข้าวกับแมวพเนจรที่มาอาศัยชายคาด้วย
เช้าวันใหม่ ลุงสมตื่นแต่เช้าเตรียมตัวจะไปตลาด หันไปเห็นสมบัติ ลูกชายอายุ35 และ ศรีลูกสะใภ้ อายุราว30 ขับรถมาจอดรถหน้าบ้าน สมบัติบอกว่าวันนี้จะมารับพ่อไปอยู่บ้านหลังใหม่
ที่บ้านหลังใหม่ ลุงสมเคอะๆเขินๆกับข้าวของเครื่องใช้ต่างๆภายในบ้านหลังใหญ่ คืนแรกถึงกับนอนไม่หลับ กว่าจะหลับก็เกือบสว่าง ตื่นมาตอนสายๆก็พบว่าสมบัติกับศรีออกไปทำงานแล้ว แต่ได้จัดเตรียมอาหารไว้เป็นอย่างดี ทั้งวันลุงสมก็ไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่นั่งๆนอนๆ ตอนเย็นสมบัติกับศรีซื้อข้าวปลาอาหารมามากมาย ซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าคู่ใหม่มาให้ลุงสม และศรีก็ซื้อรองเท้าคู่ใหม่มาให้สมบัติด้วย
วันรุ่งขึ้น ลุงสมนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาอย่างเบื่อหน่ายอยู่คนเดียว พอตกเย็นลูกชายกับลูกสะใภ้ก็กลับมา สมบัติบอกลุงสมว่า เพื่อนบ้านจับนกเขาได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนกลางวันเขาจะเอามาให้ พ่อก็รับไว้ละกัน พ่อจะได้มีอะไรทำแก้เบื่อ
บ่ายวันต่อมา ลุงสมเล่นกับนกเขาในกรง แต่ดูมันช่างเหงาหงอยเหลือเกิน ลุงสมเลยเดินเลี่ยงไปหลังบ้าน ไปพบกับรองเท้าคู่เก่าของลูกชายเข้า ก็อดไม่ได้ที่จะเอามาซ่อม แต่ก็ไม่มีทั่ง ลุงสมเลยตัดสินใจหิ้วรองเท้าคู่นั้น เดินออกจากบ้านไปที่ร้านเป็นระยะทางเกือบ3กิโล และรองเท้าคู่ใหม่ที่ลูกสะใภ้ซื้อให้ก็กัดเท้าจนแดง
ลุงสมนั่งซ่อมรองเท้าลูกชายอยู่ที่ร้านจนเสร็จ ก็เดินกลับมาถึงที่บ้านริมน้ำตอนเย็นๆ นั่งขัดรองเท้าอยู่อย่างขะมักเขม้น แมวพเนจรตัวนั้นนั่งมองลุงสมอยู่ จนกระทั่งสมบัติกับศรีขับรถมาถึง สมบัติตรงไปหาพ่อด้วยความฉุนเฉียว แต่พอได้เห็นภาพว่าพ่อทำอะไรอยู่ ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง ลุงสมบอกว่าซ่อมเสร็จพอดี ลองสวมดูว่าใช้ได้ไหม
เช้าวันรุ่งขึ้น ที่บ้านใหม่ ลุงสมสวมรองเท้าคู่เก่าเดินลงมาจากบ้าน ศรีเดินตามมาติดๆ เจ้าแมวตัวนั้นนอนอาบแดดอยู่หน้าบ้าน(มันถูกพามาด้วย) สมบัติเช็ครถเสร็จ กำลังปิดฝากระโปรงพอดี สมบัติเดินไปเปิดประตูรถให้พ่อนั่งหน้า ศรีนั่งหลัง ส่วนตนเองก็กำลังจะเดินไปด้านคนขับ เหลือบไปเห็นกรงนกเขา จึงแวะเปิดกรง ปล่อยนกไป ก่อนขึ้นรถขับออกไป ที่ตลาด รถของสมบัติขับมาจอด ลุงสมเปิดประตูลงรถมา สมบัติตะโกนจากในรถ
“เดี๋ยวตอนเย็นผมมารับนะพ่อ”
ลุงสมยิ้ม พยักเพยิดหน้า แล้วเดินตรงไปยังร้านซ่อมรองเท้านั้น สมบัติใส่เกียร์ถอยหลัง แล้วเหยียบคันเร่ง ด้วยรองเท้าคู่เก่าที่พ่อซ่อมให้
-จบ-

Synopsis – สาระสำคัญ

Synopsis
n. สรุป, สรุปความ, ข้อใหญ่ใจความ, สาระสำคัญ
ในทางการเขียนบท เรามักเรียกSynopsisว่า เรื่องย่อ รูปแบบการเขียนsynopsisของหนังสั้น มักจะเป็นความเรียง เล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบอย่างย่อ มีความยาวประมาณ5-6บรรทัด เล่าตัวละครและเหตุการณ์เพื่อสรุปว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ฯ ด้วยมุมObjectiveของคนเขียนบทเอง คล้ายๆกับการเขียนเรื่องย่อบนปกหลังกล่องVCD แต่อย่างที่บอก ไม่ต้องกั๊กตอนจบ
ในขั้นนี้แนะนำให้เขียนเรื่องให้ได้3ย่อหน้า (เหมือนเขียนเรียงความ มีคำนำ เนื้อเรื่อง สรุป)โดยยึดจากหลักจากการเขียนplot
อาจจะเป็น
ย่อหน้าของจุดเริ่มต้น 2 บรรทัด
ย่อหน้าของจุดหักเห 3 บรรทัด
และย่อหน้าของจุดจบ 1 บรรทัด
ตัวอย่างการเขียนบท ที่จะพัฒนาในขั้นตอนต่อๆไป
Synopsis
-ชายชรา ทำอาชีพซ่อมรองเท้าอยู่ในตลาด ให้บริการแก่ลูกค้าทุกระดับด้วยความภาคภูมิใจ ตกเย็นก็กลับบ้านริมน้ำหลังเก่า เช้าวันหนึ่งลูกชายและลูกสะใภ้มารับไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ
-ชายชราย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ ไม่ได้ไปซ่อมรองเท้าที่ตลาดอีก ที่บ้านใหม่มีเครื่องใช้อำนวยความสะดวกมากมาย ทีวี ตู้เย็น โซฟา อาหารการกินสมบูรณ์ แต่ในทุกๆวันกลับต้องถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว เพราะลูกชายและลูกสะใภ้ต้องออกไปทำงาน วันหนึ่งชายชราเดินไปหลังบ้าน ไปพบกับรองเท้าเก่าของลูกชาย จึงแอบเอาไปซ่อมที่ร้านของตน จนกระทั่งตกเย็น ลูกชายตามหา มาพบเข้า
-ในที่สุด ลูกชายก็ยอมให้ชายชราคนนั้น กลับไปซ่อมรองเท้าในตลาดอย่างเดิม

อ้างอิง http://www.moralmedias.net/index.php?option=com_content&task=view&id=42&Itemid=39

Plot

Plot
ความหมายตาม Dictionary
n.ที่ดินแปลงเล็ก, แผนการ, แผนการลับ, แผนที่, แผนผัง, เครื่องมือลากเส้นและวัดมุม
vt. วางแผนลับ, เขียนแผนที่, เขียนแผนผัง, กำหนด
vi. วางแผนลับ, คบคิดวางแผน
ความหมายข้างต้นทำให้เราเข้าใจวัตถุประสงค์หรือประโยชน์ของการเขียนPlotได้ชัดเจนขึ้น เคยได้ยินคำว่า พล็อตกราฟ ไหมครับ การพล็อตกราฟคือการที่เราทราบค่าพิกัดของตำแหน่ง แล้วกากบาทกำหนดไว้เป็นจุดๆ ก่อนลากเส้นเชื่อมต่อ
การเขียนพล็อตก็เหมือนกัน มันเปรียบเสมือนการทำแผนที่ แผนผัง การทำพล็อตหนังสั้น ผมแนะนำให้พล็อตไว้ 3 จุดครับ คือ
1.จุดเริ่มต้น
2.จุดหักเห
3.จุดจบ
จุดเริ่มต้น
อย่างน้อยควรรู้ว่าตัวละครคือใคร สถานการณ์ทั่วไปเป็นอย่างไร
จุดหักเห
คือสถานการณ์ที่ตัวละครนั้นเจอ ในหนังสั้นมักจะเป็นสถานการณ์ที่ไม่ซับซ้อนนัก เป็นปัญหาที่ชัดเจนที่สุดของตัวละคร
จุดจบ
คือสถานการณ์ที่เป็นจุดเข้มข้นสุดของเรื่อง ก่อนที่จะคลี่คลายหรือจบลง
การเขียน plot นี้ก็เพื่อความชัดเจนของคนเขียนบทเอง ไม่จำเป็นต้องกั๊กหรือปิดบังตอนจบเหมือนพวกคำโฆษณาหนัง บ่อยครั้งที่เห็นนักทำหนังมือใหม่เขียนplotแบบกั๊กตอนจบไว้ เช่น
ชายคนหนึ่งแอบชอบสาวในซอยเดียวกัน พยายามหาโอกาสบอกรัก แต่ก่อนที่จะได้บอกก็สายเสียแล้ว
การเขียน plot เป็นจุดเริ่มต้นของการเขียนบท ดังนั้นอยากให้ชัดเจนกันมากๆครับ ผมจะลองยกตัวอย่างการเขีบนplot ที่ชัดเจนและจะช่วยให้ทำงานง่าย
- มือปืนเบอร์หนึ่ง ทำงานพลาด จึงถูกตามเก็บด้วยมือปืนที่เป็นลูกน้องตัวเอง ในที่สุดดวลกันตายทั้งคู่
- ภารกิจสุดท้าย ในวันสุดท้ายของการทำงานในฐานะลูกกระจ๊อกตัวร้าย ก่อนที่จะถูกฆ่าตายโดยฮีโร่
- วิศวกรหญิงผู้โดดเดี่ยว เกิดหลงรักหุ่นยนต์ที่ตัวเองซ่อม จนตัดสินใจทำตัวเองกลายเป็นหุ่นยนต์
- กลุ่มนักศึกษาสาวเอกการถ่ายภาพ ถูกฆ่าตายอย่างลึกลับทีละคนๆ จนเหลือคนสุดท้าย ได้รู้ความจริงว่าแฟนของเธอเองนั่นแหละที่เป็นฆาตกร
ตัวอย่างการเขียนบท ที่จะพัฒนาในขั้นตอนต่อๆไป
Plot ชายชรา ยอมเลิกกิจการซ่อมรองเท้าในตลาด ย้ายไปอยู่กับลูกชายและสะใภ้ในบ้านใหญ่โต แต่กลับพบว่าชีวิตไม่มีคุณค่า จึงแอบหนีไปซ่อมรองเท้าในตลาดอย่างเดิม

อ้างอิง  http://www.moralmedias.net/index.php?option=com_content&task=view&id=41&Itemid=39